แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ว่านหางช้าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ว่านหางช้าง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ไม้วงศ์ไอริสที่สามารถออกดอกได้ในกทม.และปริมณฑล

วันนี้จะขอรวบรวมพันธุ์ไม้วงศ์ Iridaceae ที่สามารถปลูกให้ออกดอกได้ในกรุงเทพฯและปริมณฑลครับ

1. ว่านหางช้าง Belamcanda chinensis  หรือ Iris domestica
    ตัวนี้ตามที่ได้กล่าวไว้ในกระทู้ก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ว่าสามารถปลูกออกดอกได้ทุกภาคของประเทศไทย
    มีกลีบดอก 6 กลีบ ดอกสีเหลืองอมส้ม มีแต้มประสีน้ำตาลส้มกระจายทั่วทั้งดอก เกสรสีเหลือง ใบเป็นรูปดาบ แบนสีเขียวอ่อนมีขอบใบสีขาว
    ดอกบานช่วงเช้าถึงบ่าย
    ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี อุ้มน้ำเล็กน้อย ไม่ชอบชื้นแฉะ ปลูกได้ตั้งแต่รำไรถึงแดดจัด ออกดอกช่วงสิงหาคม - มกราคม
    ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ หรือเพาะเมล็ด



2. ไอริสสีเหลือง
    ต้นนี้ก็สามารถปลูกให้ดอกได้ทุกภาคของประเทศไทยเช่นกัน
    มีดอกสีเหลือง ตรงกลางมีลายสีน้ำตาลแดง ใบเป็นรูปดาบ หรือพัด จึงมีอีกชื่อคือแฟนไอริส (ไอริสใบพัด) สีเขียวทั้งใบ
     ดอกบานช่วงเช้าถึงบ่าย
    ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี อุ้มน้ำปานกลางถึงมาก ปลูกได้ตั้งแต่รำไรถึงแดดจัด ออกดอกได้ตลอดทั้งปี
    ขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อหรือแยกต้นอ่อนที่เกิดตามช่อดอก ซึ่งต้นอ่อนหากโน้มลงดินตามธรรมชาติก็จะขึ้นต้นใหม่ได้ได้ จึงเรียกอีกชื่อว่า walking iris



3.  Neomarica_northiana
     กลีบดอกมี 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ โดยกลีบดอกชั้นในปลายดอกมีลายสีม่วง ฐานดอกมีสีเหลืองลายน้ำตาล มีจุดสีเหลือง 2 จุด  ส่วนกลีบดอกชั้นนอกมีสีขาว ฐานดอกมีสีเหลืองลายน้ำตาล
     ดอกบานช่วงเช้าถึงบ่าย มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
     ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี อุ้มน้ำปานกลาง ปลูกได้ในที่รำไรค่อนข้างแดด  ออกดอกช่วงมีนาคม ถึง กรกฎาคม
     ขยายพันธุ์   เหมือนกับไอริสดอกเหลือง



4.  Neomarica gracilis
     กลีบดอกมี 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ โดยกลีบดอกชั้นในปลายดอกมีลายสีม่วง ฐานดอกมีน้ำตาล  ส่วนกลีบดอกชั้นนอกมีสีขาว ฐานดอกมีสีน้ำตาล
     ดอกบานช่วงเช้าถึงบ่าย มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
     ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี อุ้มน้ำปานกลาง ปลูกได้ในที่รำไรค่อนข้างแดด  ออกดอกช่วงมีนาคม ถึง กรกฎาคม
     ขยายพันธุ์   เหมือนกับไอริสดอกเหลือง



5.   ไอริสดอกม่วง
      กลีบดอกมี 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ โดยกลีบดอกชั้นในปลายดอกมีลายสีม่วง ฐานดอกมีน้ำตาล  ส่วนกลีบดอกชั้นนอกมีสีม่วง ฐานดอกมีสีน้ำตาล
     ดอกบานช่วงเช้าถึงบ่าย
     ชอบดินที่มีความชุ่มชื้น เครื่องปลูกร่วนซุย ปลูกได้ที่รำไรค่อนข้างแดด ออกดอกช่วงมีนาคมถึงมิถุนายน
     ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ



6.   ว่านหอมแดง
       มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหอม เปลือกหุ้มสีแดง ใบรูปหอกสีเขียว มีจีบซ้อนกัน ดอกสีขาวมี 6 กลีบ เกสรสีเหลืองสด
       ดอกบานช่วงเย็นถึงค่ำ มีกลิ่นเฉพาะ
       ชอบดินร่วน แดดปานกลางถึงจัด
       ขยายพันธุ์ แยกหัวหรือเพาะเมล็ด

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

ว่านหางช้าง Belamcanda chinensis



จากข้อมูลในสรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด 

ระบุว่า ว่านหางช้าง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ว่านมีดยับ 
Black Berry Lily, Leopard Flower





มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Belamcanda chinensis  (L.) DC. หรือ Iris domestica


อยู่ในวงศ์ IRIDACEAE





ซึ่งจะเป็นคนละชนิดกับว่านหางช้างหรือที่รู้จักกันดีว่า ว่านเพชรหึงซึ่งเป็นกล้วยไม้ในสกุล grammatophyllum วงศ์ Orchidaceae

ว่านหางช้างมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก สูง 0.6 - 1.2 เมตร มีเหง้าเลื้อยตามแนวขนานกับพื้นดิน ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า เรียงซ้อนสลับ กว้าง 2 - 3 ซม. ยาว 30 - 45 ซม. เนื้อใบค่อนข้างหนา ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด กลีบดอกสีส้มมีจุดประสีแดงกระจาย ผลแห้ง เมื่อแก่จะแตกอ้า และกระดกกลับไปด้านหลัง
ส่วนที่ใช้ :  ราก เหง้าสด ใบ เนื้อในลำต้น

สรรพคุณ :
ราก เหง้าสด  - แก้เจ็บคอ
ใบ -  เป็นยาระบายอุจจาระและแก้ระดูพิการของสตรีได้ดี

เนื้อในลำต้น
-  เป็นยาบำรุงธาตุ แก้โรคระดูพิการของสตรี
-  ใช้บำบัดโรคต่อมทอนซิลอักเสบ
-  ใช้เป็นยาถ่าย

วิธีและปริมาณที่ใช้ :
แก้เจ็บคอ
ใช้ราก หรือเหง้าสด 5-10 กรัม แห้ง 3-6 กรัม ต้มน้ำรับประทาน

เป็นยาระบาย และแก้ระดูพิการของสตรี
ใช้ใบ 3 ใบ ปรุงในยาต้ม

ความรู้เพิ่มเติม - เกี่ยวกับทางด้านความเชื่อ
          มีความเชื่อกันว่าเป็นว่านมหาคุณ ปลูกไว้หน้าบ้านกันภัยอันตรายต่างๆ เพราะสามารถนำว่านนี้มาใช้ประโยชน์ทางไสยคุณได้ เช่น

ดอก  - ใช้แก้ไสยคุณที่เกิดจากการกระทำจากผม

ใบ - ใช้แก้ไสยคุณที่เกิดจากการกระทำจาก เนื้อ

ต้น - ใช้แก้ไสยคุณที่เกิดจากการกระทำจาก กระดูก
ในภาคอีสาน นิยมปลูกเป็นว่านศิริมงคล แม่บ้านกำลังจะคลอดลูก ใช้ว่านหางช้างนี้พัดโบกที่ท้องเพื่อให้คลอดลูกง่ายขึ้น

การปลูกเลี้ยง
ว่านหางช้างปลูกเลี้ยงค่อนข้างง่าย ชอบดินร่วน ไม่ชอบน้ำขัง ปลูกได้ตั้งแต่ที่รำไรถึงแดด ที่ไม่มีลมพัดแรง เนื่องจากจะทำให้ใบพับงอได้ง่าย

การขยายพันธุ์  
ใช้วิธีการแยกหน่อหรือเพาะเมล็ด ฤดูออกดอกประมาณเดือน สิงหาคมถึงธันวาคม

นอกจากนี้ยังมีว่านหางช้างที่ปลูกเป็นไม้ประดับอีกหลายสีเช่น ชมพู เหลือง